วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2552

ระบำกฤษดาภินิหาร



ระบำกฤษดาภินิหาร
ชื่อชุดการแสดง ระบำกฤษดาภินิหาร (กริด-ดา-พิ-นิ-หาน)
เป็นระบำมาตรฐานชุดหนึ่ง จากละครเรื่องเกียรติศักดิ์ของไทย ของกรมศิลปากร ออกแสดงเมื่อ พ.ศ. 2486 กล่าวถึงเหล่านางฟ้า และเทวดาที่ร่วมกันแซ่ซ้องสาธุการกฤษดาภินิหารของชาติไทย ด้วยการรำระบำกันอย่างสนุกสนาน ผู้แสดงแต่งกายละครแบบยืนเครื่องละคร พระ – นาง
หรือแบบละคร นางในราชสำนัก
แต่งบทร้องโดย ครูสุดา บุษปฤกษ์ และ ประดิษฐ์ท่ารำโดย ครูลมุล ยมะคุปต์

เพื่อนนาฏศิลป์




คนเราต้องมีความรัก



ทำไมคนเราต้องมีความรัก… ก็เพราะว่าเราทุกคนล้วนมีหัวใจ
ทำไมคนเราจึงต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา… ก็เพราะเราต้องการใครสักคนมาช่วยเราดูแลหัวใจของเรา
ทำไมคนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย… ก็เพราะว่าเขาปล่อยใจตัวเองตกหลุมรักอยู่ตลอดเวลา
ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา… เพราะเราและเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน
ทำไมคนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก… ก็เพราะว่าเขาอาจจะยังไม่เจอคู่แท้ของเขา
ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก… เพราะว่าเมื่อเราเจอเขาคนนั้นเมื่อไร เราจะรู้ว่ามันคุ้มค่ามากแค่ไหนกับเวลาที่เรารอคอย
จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี… เพราะว่าเมื่อเราเจอคนที่ใช่ จะได้มอบมันให้เขาด้วยความภูมิใจ
โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ…แต่ตัวเราเองเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาคนนั้นรักเราได้
คำว่าทำไม มีเยอะมากมายไม่หมดสิ้น อยู่ที่ว่า เราหาคำตอบให้มันได้ดีขนาดไหน มันถึงจะเลือนหายไป

วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552

รูปเด็กน่ารักสุดๆ






เที่ยวราชบุรี


เส้นทางก็มาง่ายนะคะ ข้ามแม่น้ำแม่กลองแล้วจะเจอสี่แยกใหญ่ๆ คือสี่แยกเขางู มีศูนย์นิสสันอยู่ขวามือ ถ้าเลี้ยวซ้ายจะเข้าตัวเมืองราชบุรี แต่เราเลี้ยวขวาค่ะ สังเกตได้จากป้ายบอกทางไปสนามกอล์ฟภาณุรังษี ตรงตามไปเล้ย
หลังจากนั้นเราก็ขับตามเส้นทางสาย 3087 มุ่งหน้าสวนผึ้งนะคะ ที่ต้องบอกเป็นตัวเลขก็เพราะบางทีเค้าไม่มีป้ายทางบอกเป็นตัวอั กษรไว้น่ะค่ะ แต่มี 3087 ตลอดระยะทางเลย

สันติภาพ ศรัทธา ความรัก และความหวังเทียนสี่เล่ม, ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง เปลวเทียนทั้ง 4 เล่ม ค่อยๆ พลิ้วไหวไปอย่างช้าๆ บรรยากาศรอบข้าง ช่างแผ่วเบายิ่งนักหากเราเงี่ยหูฟัง จะได้ยินเทียนทั้งสี่สนทนากัน...เทียนเล่มแรกเอ่ย "ฉันคือ สันติภาพ น่าเศร้าเหลือเกินทุกวันนี้ ไม่มีใครอยากให้ฉัน สว่างไสว"แสงของ "สันติภาพ" ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไปเทียนเล่มที่สอง เอ่ย "ฉันคือ ศรัทธา น่าเศร้าหนักหนาทุกวันนี้ ไม่มีใครต้องการ" แสงของ "ศรัทธา" ค่อยๆ ริบหรี่ และ ดับไปเสียงเอ่ยขึ้นมาอย่างเศร้าใจ เทียนเล่มที่สาม กล่าว "ฉันคือ ความรักฉันไม่เข้มแข็งพอ ที่จะส่องสว่างต่อไป""ผู้คนเพิกเฉยและไม่เห็นค่าของฉันแม้แต่คนใกล้ชิด พวกเขายังไม่คิดจะเติมรักให้แก่กัน"ว่าดังนั้น พลัน "ความรัก" ก็ดับไปไม่ช้าไม่นาน...เด็กน้อยคนหนึ่งได้เดินเข้ามาเมื่อพบเทียนสามเล่มดับไป เขาเริ่มร่ำไห้และหลั่งน้ำตา"ทำไมพวกเธอถึงดับไป พวกเธอต้องสว่างไสวตราบนิรันดร์ไม่ใช่หรือ"ทันใด เทียนเล่มที่สี่ กระซิบอย่างแผ่วเบา"อย่ากลัวไปเลยหนูน้อย ตัวฉันนี้คือ ความหวัง ตราบใดที่ฉันยังส่องสว่างอยู่ได้เทียนสามเล่มนั้น จะกลับมาไม่ช้านาน"เด็กชายตัวน้อย ตาเป็นประกายด้วยความปิติสองมือนั้นค่อยๆ จุด "เทียนแห่งความหวัง" พร้อมกันกับเทียนอีกสามเล่มอย่าปล่อยให้ "แสงแห่งความหวัง" ในชีวิตเราดับไปไม่ว่าสิ่งต่างๆ จะเลวร้ายหรือแย่สักแค่ไหนเมื่อเรามี ความหวัง แล้วไซร้......สันติภาพ ศรัทธา และ ความรัก ก็จะส่องสว่างอยู่ในตัวเราเสมอ.
ขอบคุณภาพประกอบของ กลอนสันติภาพ จาก : flickr.com/

บทความทางวิชาการวิชานาฏศิลป์

แผนการจัดการเรียนรู้
วิชานาฏศิลป์ ช่วงชั้นที่3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1
เรื่องเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ เวลา1ชั่วโมง
สาระสำคัญ
เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญเป็นเพลงหนึ่งในรำวงมาตรฐานมีเนื้อร้องและความหมายที่ไพเราะรวมทั้งท่ารำที่อ่อนช้อยสวยงามเป็นมาตรฐาน
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.บอกความหมายของเนื้อเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญได้
2.สามารถร้องเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญได้
สาระการเรียนรู้
1.เพลงและความหมายของเนื้อร้อง
2.ฝึกร้องเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
กิจกรรมการเรียนรู้
1.สนทนาและซักถามเกี่ยวกับเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
2.แจกใบความรู้เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
3.ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันแปลความหมายของเนื้อเพลงโดยครูคอยให้คำแนะนำ
4.นักเรียนฟังทำนองเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญจากแถบบันทึกเสียงพร้อมเคาะจังหวะตาม
5.ให้นักเรียนฝึกร้องเพลง
สื่อ/แหล่งเรียนรู้
1.เครื่องบันทึกเสียง
2.แถบบันทึกเสียง
3.ใบความรู้เพลงดวงจันทร์วันเพ็ญ
การวัดและประเมินผล
1.สิ่งที่ต้องประเมิน
- การขับร้องเพลงดวงจันทร์วันเพ็ญที่ถูกต้อง
2.เครื่องมือ
- แบบสังเกต
- แบบประเมิน
3.ประเด็นการประเมิน
- ทำนอง
- จังหวะ
- ความไพเราะ
4.การให้คะแนน
กิจกรรมเสนอแนะ
ให้นักเรียนกลับไปฝึกด้วยตนเอง